2026-07-21
PRP vs สเต็มเซลล์จากเลือด vs การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ SVF: ประเภทและความแตกต่าง
การบำบัดด้วย PRP, สเต็มเซลล์จากเลือด และ SVF กำลังได้รับความนิยม แต่มีความแตกต่างกันในด้านองค์ประกอบของเซลล์ กลไกการออกฤทธิ์ และข้อบ่งใช้ บทความนี้จะวิเคราะห์พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้จริงของการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ที่ได้รับความสนใจในเกาหลี


สวัสดีครับ
ผม Dr. J จาก SNU Plastic Surgery Clinic ชองดัม
เมื่อเร็วๆ นี้ การรักษาทางการแพทย์ฟื้นฟูที่ใช้เลือดของตัวเอง
โดยอาศัยเทคโนโลยีการปั่นแยกด้วยแรงเหวี่ยง
ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ PRP, สเต็มเซลล์จากเลือด,
และการบำบัดด้วย SVF ที่ได้จากไขมัน
ได้รับความสนใจมากขึ้น
การรักษาทั้ง 3 วิธีนี้
มีจุดร่วมกันคือการใช้กลไกการรักษาตามธรรมชาติของร่างกาย
แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้าน
องค์ประกอบของเซลล์ กลไกการออกฤทธิ์ และข้อบ่งใช้
วันนี้เราจะมาวิเคราะห์พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
และสถานะการประยุกต์ใช้จริงของการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์
ที่ได้รับความสนใจในวงการคลินิกของเกาหลี
# ความแตกต่างของการรักษาทั้ง 3 วิธี
1. PRP
(Platelet-Rich Plasma, พลาสมาที่อุดมด้วยเกล็ดเลือด)
เป็นพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นสูง (3-7 เท่าของความเข้มข้นปกติ) และปัจจัยการเจริญเติบโตจำนวนมากที่แยกได้จากเลือด แต่มีสเต็มเซลล์ในระดับที่น้อยมาก
🔗 วิธีการสกัด:
เก็บเลือดผู้ป่วยประมาณ 20cc
→ ปั่นแยกด้วยเครื่องปั่นเหวี่ยงเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเกล็ดเลือด
→ สามารถทำการรักษาได้ภายใน 30-90 นาที
✅ กลไกหลัก:
กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และลดการอักเสบ
ผ่านการหลั่งปัจจัยการเจริญเติบโตกว่า 3,000 ชนิด
⚠️ ข้อบ่งใช้:
- ข้อศอกเทนนิส/ข้อศอกกอล์ฟ (ได้รับการรับรองเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่)
- โรคข้อเข่าเสื่อม, เอ็นอักเสบ, เอ็นบาดเจ็บ
- การฟื้นฟูผิว (ปรับผิวขาว, ลดริ้วรอย, จัดการเม็ดสี ฯลฯ), การรักษาผมร่วง

2. สเต็มเซลล์จากเลือด
ส่วนใหญ่เป็นเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (HSCs) ซึ่งมีบทบาทหลักในการสร้างเลือด
🔗 วิธีการสกัด:
เก็บเลือดจากหลอดเลือดส่วนปลายหรือไขกระดูก
→ เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ (ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์)
→ ฉีดกลับเข้าไป
✅ กลไกหลัก:
สร้างหลอดเลือดใหม่และควบคุมภูมิคุ้มกัน
⚠️ ข้อบ่งใช้:
- การรักษาโรคเลือดที่รักษายาก
(ส่วนใหญ่เป็นการปลูกถ่าย)
- เมื่อฉีดเข้าหลอดเลือดดำ คาดว่าจะได้ผล
การควบคุมภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย (อยู่ในขั้นตอนการวิจัย)
คลินิกบางแห่งใช้คำว่า ‘สเต็มเซลล์จากเลือด’
และทำการรักษาในราคาที่สูงกว่า PRP
โดยไม่มีกระบวนการเพาะเลี้ยง 2-3 สัปดาห์
บางแห่งอ้างว่าการปั่นแยกด้วยแรงเหวี่ยงเพียงอย่างเดียว
สามารถ ‘กระตุ้นการเพิ่มจำนวนของสเต็มเซลล์ที่มีอยู่เล็กน้อย’
แต่หากไม่มีการเพาะเลี้ยง ความเข้มข้นของ
Mesenchymal Stem Cells (MSC) จะน้อยกว่า
100-1,000 เซลล์ต่อ 1 มิลลิลิตร ซึ่งไม่เพียงพอ
ที่จะให้ผลการรักษาทั่วร่างกายโดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
แทนที่จะเป็นการรักษาเฉพาะจุด

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลในปี 2020 และอื่นๆ
ได้พิสูจน์แล้วว่าการแยก CiMS (Circulating Pluripotent Stem Cells)
จากเลือดส่วนปลาย 10 มิลลิลิตร จำเป็นต้องมีการเพาะเลี้ยง 2-3 สัปดาห์
และไม่สามารถทำได้ด้วยการปั่นแยกด้วยแรงเหวี่ยงเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น ปริมาณสเต็มเซลล์ในสารปั่นแยกจากเลือดจึงน้อยกว่า 0.001%
ซึ่งไม่สามารถเรียกว่า ‘การบำบัดด้วยเซลล์’ ได้
3. SVF (Stromal Vascular Fraction)
โครงสร้าง:
กลุ่มเซลล์ที่แตกต่างกันที่ได้จากเนื้อเยื่อไขมัน
- Mesenchymal Stem Cells (MSCs, 1-5%)
- เซลล์บุผนังหลอดเลือด, เซลล์ไขมันก่อนวัย, มาโครฟาจ ฯลฯ
🔗 วิธีการสกัด:
ดูดไขมัน (หน้าท้อง/สะโพก)
→ บำบัดด้วยคอลลาจีเนส
→ ปั่นแยกด้วยแรงเหวี่ยง
→ สามารถทำการรักษาได้ภายใน 4 ชั่วโมง
✅ กลไกหลัก:
- ความสามารถในการแบ่งตัวหลายชนิด (แบ่งตัวเป็นเซลล์กระดูก/กระดูกอ่อน/ไขมัน)
- สร้างเส้นประสาทใหม่, สร้างหลอดเลือด, ต้านการอักเสบ
⚠️ ข้อบ่งใช้:
- ข้ออักเสบ, เอ็นบาดเจ็บ
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง (โรคโครห์น, โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง)
- โรคความเสื่อมของระบบประสาท (โรคพาร์กินสัน, ALS)
- ส่งเสริมการสมานแผลและการใช้ในการเสริมความงามของผิว
📌 เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการรักษาแต่ละวิธี
Read in another language
11 languages