Rebeauty

2026-07-21

อาการและวิธีการรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตันหลังฉีดฟิลเลอร์

เรียนรู้เกี่ยวกับอาการและวิธีการรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวังและขั้นตอนการรักษาฉุกเฉินเพื่อป้องกันเนื้อเยื่อตายและภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงอื่นๆ

อาการและวิธีการรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตันหลังฉีดฟิลเลอร์

สวัสดีครับ

จาก SNU Plastic Surgery ครับ

วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับ

อาการและวิธีรับมือกับปัญหาหลอดเลือด (ภาวะหลอดเลือดอุดตัน)

ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ครับ

⚠️ ความหมายของการรับรู้ความรู้สึกของผิวหนังลดลงบริเวณรอบๆ หลังฉีดฟิลเลอร์

บริเวณปลายจมูก (จมูก) และสันจมูกเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง

ที่หลอดเลือดจะอุดตันได้ง่ายเป็นพิเศษ

หลอดเลือดที่เลี้ยงบริเวณนี้ เช่น หลอดเลือดแดงด้านข้างจมูกและหลอดเลือดแดงเชิงมุม

เป็นหลอดเลือดส่วนปลาย ซึ่ง

หากฟิลเลอร์ถูกฉีดเข้าไปในหลอดเลือด

หรือกดทับหลอดเลือด ก็อาจอุดตันได้ง่าย

การที่ความรู้สึกของผิวหนังลดลงบ่งชี้ว่า

การไหลเวียนของเลือดและ

การส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อผิวหนังบริเวณนั้น

อาจกำลังถูกคุกคามอยู่แล้ว

🔍 ทำไมภาวะหลอดเลือดอุดตันจึงอันตราย

ภาวะหลอดเลือดอุดตันคือปรากฏการณ์ที่สารฟิลเลอร์

อุดตันหลอดเลือดโดยตรง (เข้าสู่หลอดเลือด)

หรือฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป

กดทับหลอดเลือดโดยรอบ ทำให้การไหลเวียนของเลือดถูกปิดกั้น

📍 การเข้าสู่หลอดเลือดโดยตรง:

เป็นกรณีที่เข็มฉีดทะลุหลอดเลือด

และฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือด

ทำให้เกิดการอุดตัน

📍 การกดทับจากภายนอก:

เป็นกรณีที่ฟิลเลอร์ปริมาณมากถูกฉีดเข้าไปในจุดเดียว

และกดทับหลอดเลือดโดยรอบ

ด้วยเหตุนี้ หากเนื้อเยื่อไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหาร

อาจเกิดภาวะเนื้อเยื่อตาย (เนื้อเยื่อตาย)

และในบางกรณีที่หายาก เลือดอาจไหลย้อนกลับไปยังดวงตาหรือสมอง

นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การสูญเสียการมองเห็นหรือโรคหลอดเลือดสมอง

🚨 อาการที่ต้องตรวจสอบทันที: สัญญาณฉุกเฉิน

อาการของภาวะหลอดเลือดอุดตันจะปรากฏขึ้น

ตั้งแต่หลังการทำหัตถการทันทีจนถึงภายในไม่กี่ชั่วโมง

หากพบอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้

ควรรีบติดต่อหรือไปโรงพยาบาลทันที

อาการ

คำอธิบายและลักษณะเฉพาะ

ปวดรุนแรง

• ระหว่างหรือหลังการทำหัตถการทันที

อาจมีอาการปวดรุนแรงกว่าที่คาดไว้

เกิดขึ้นได้

• หากใช้ยาชาเฉพาะที่

อาการปวดอาจถูกบดบังชั่วคราว

จึงต้องระมัดระวัง

ผิวเปลี่ยนสี

✅ ซีด (Blanching):

ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือ

สีเทาขาวเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดถูกปิดกั้น

✅ ผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมฟ้า:

เมื่อเวลาผ่านไป ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมฟ้าหรือ

สีม่วงเข้มเนื่องจากเลือดคั่ง

ความผิดปกติของความรู้สึก

• อาจมีอาการชา, ไร้ความรู้สึก, หรือรู้สึกเสียวซ่า

ซึ่งเป็นอาการของความรู้สึกที่ลดลง

จำเป็นต้องแยกความแตกต่างจาก

การเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่เกิดจาก

ยาชาเฉพาะที่

อุณหภูมิผิวหนัง

ลดลง

• อุณหภูมิผิวหนังบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับบริเวณโดยรอบ

การเปลี่ยนแปลงของ

รูปแบบผิวหนัง

• อาจพบการเปลี่ยนสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ

เป็นรูปตาข่าย (Livedo pattern)

บนผิวหนัง

🏥 การรักษาทันทีที่โรงพยาบาล: เวลาในการช่วยชีวิตเนื้อเยื่อ

หากสงสัยว่ามีภาวะหลอดเลือดอุดตัน

ช่วงเวลาทอง (Golden Time) จะสั้นมาก

โรงพยาบาลจะดำเนินการรักษาดังต่อไปนี้

อย่างรวดเร็ว

1. การฉีดเอนไซม์สลายกรดไฮยาลูรอนิก

(Hyaluronidase)

- เป็นวิธีการรักษาที่ละลายฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก

เพื่อเปิดหลอดเลือดที่อุดตันอีกครั้ง

- ยิ่งฉีดเร็วเท่าไหร่หลังจากเกิดอาการ

โอกาสในการช่วยชีวิตเนื้อเยื่อก็ยิ่งสูงขึ้น

- จะไม่มีผลหากไม่ใช่ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก

2. การรักษาเสริม

- ยาขยายหลอดเลือดส่วนปลาย:

(เช่น ครีมไนโตรกลีเซอรีน)

ช่วยขยายหลอดเลือดและปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด

- ยาต้านเกล็ดเลือด/ยาต้านการแข็งตัวของเลือด:

(เช่น แอสไพริน)

ยับยั้งการก่อตัวของลิ่มเลือด

- ยาปฏิชีวนะ:

ป้องกันการติดเชื้อทุติยภูมิ

- สเตียรอยด์:

บรรเทาการอักเสบอย่างรุนแรง


3. การตรวจวินิจฉัย

- อัลตราซาวนด์ Doppler:

จากการศึกษาล่าสุดพบว่า การใช้อัลตราซาวนด์สามารถ

ระบุตำแหน่งของการอุดตันของหลอดเลือดได้อย่างแม่นยำ

และตรวจสอบสถานะการไหลเวียนของเลือดได้แบบเรียลไทม์

ทำให้การรักษามีความแม่นยำยิ่งขึ้น

💡 การป้องกันคือการรักษาที่ดีที่สุด! : ทางเลือกเพื่อการทำหัตถการที่ปลอดภัย

เพื่อลดความเสี่ยง

โปรดตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ก่อนและหลังการทำหัตถการ

✅ การเลือกบุคลากรทางการแพทย์

สิ่งสำคัญคือต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

และมีความรู้ทางกายวิภาคเป็นอย่างดี

เลือกโรงพยาบาลที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น

การใช้เข็มปลายทู่ (cannula) หรือ

การทดสอบการดูด (aspiration) ก่อนฉีด

✅ การรับรู้ถึงบริเวณที่มีความเสี่ยง

โปรดทราบว่าร่องแก้ม, ปลายจมูก, สันจมูก,

และหว่างคิ้ว (ระหว่างคิ้ว) เป็นบริเวณที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

✅ การสังเกตการณ์หลังการทำหัตถการ

หลังการทำหัตถการ จำเป็นต้องอยู่

ที่โรงพยาบาลตามระยะเวลาที่แนะนำ (โดยปกติ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง)

เพื่อสังเกตอาการผิดปกติ


อาการชาที่ยังคงอยู่หลังการฉีดฟิลเลอร์

เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

เวลาที่รอด้วยความคิดว่า ‘คงไม่เป็นไร’

อาจเป็นตัวตัดสินความเป็นความตายของเนื้อเยื่อได้

หากมีอาการดังกล่าวปรากฏขึ้น

ควรรีบติดต่อแพทย์ผู้ดูแลหรือห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้เคียง

เพื่อรับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทันที


อินสตาแกรม

เว็บไซต์

📌 ช่องทาง KakaoTalk (คลิกที่ภาพด้านล่างเพื่อไปยังหน้า)


스누성형외과의원
서울특별시 강남구 압구정로60길 26 4층
이 블로그의 체크인
이 장소의 다른 글
[วิดีโอ — ดูต้นฉบับ]
Like